กายวิภาคศาสตร์ของเส้นผม

กายวิภาคศาสตร์ของเส้นผม

วิทยาการด้านผิวนอก: เส้นผมชั้นนอก

เส้นผมชั้นนอกคือส่วนห่อหุ้มด้านนอกที่ปกป้องชั้นคอร์เท็กซ์ของเส้นผมแต่ละเส้นของคนเรา และช่วยดูแลความเงางามและผิวสัมผัสของเส้นผม ปกติเส้นผมชั้นนอกจะมีความเรียบลื่น ช่วยในการสะท้อนแสงและลดแรงเสียดทานระหว่างเส้นผม ซึ่งเส้นผมชั้นนอกจะประกอบไปด้วยเซลล์เรียบแบนที่เรียงซ้อนกันหกถึงแปดชั้น และห่อหุ้มด้วยชั้นลิพิดกันน้ำที่มองไม่เห็น ทำหน้าที่เป็นสารบำรุงผมตามธรรมชาติ โดยนักวิทยาศาสตร์เรียกชั้นนี้ว่า F-layer ชั้นกรดไขมันนี้เองคือสิ่งที่ทำให้เส้นผมของคนเราเรียบลื่น แลดูนุ่มนวลและเงางามตามธรรมชาติ กระบวนการเคมีต่างๆ เช่น การทำสี การดัด และการยืดเป็นการทำลาย F-layer ออกจากเส้นผมชั้นนอก ซึ่งส่งผลให้เส้นผมอยู่ในสภาวะที่เรียกโดยทั่วไปว่า "ผมเสียที่ถูกทำร้ายจากสารเคมี" โชคดีที่นักวิทยาศาสตร์จากแพนทีนเชี่ยวชาญในด้านการจัดการกับปัญหาอันยุ่งยากของ F-layer แชมพู ครีมบำรุงผม และทรีทเมนท์ แพนทีน โปร-วี คัลเลอร์ที่ล้ำหน้าเกิดจากการคิดค้นสูตรขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเส้นผมที่ผ่านการทำสี และ/หรือได้รับความเสียหายจากการทำสี อีกทั้งยังช่วยฟื้นบำรุง คืนความนุ่มนวล เงางาม และจัดทรงได้ง่ายอย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับตัวการทั่วไปอื่นๆ ที่ทำลายความนุ่มนวลของเส้นผมชั้นนอก ได้แก่ ความร้อนที่มากเกินไปจากเครื่องเป่าผมและเครื่องหนีบผมไฟฟ้า รวมไปถึงการหวีและการแปรงผม ทางที่ดี คุณควรให้เส้นผมสัมผัสกับความร้อนน้อยลง โดยปล่อยให้ผมค่อยๆ แห้งเองจนกระทั่งเหลือความชื้นไว้เล็กน้อย แล้วจึงใช้ความร้อนเพื่อจัดแต่งทรงผมและทำให้ผมแห้ง ขณะที่คุณเป่าผมให้แห้ง ควรถือเครื่องเป่าผมให้ห่างจากเส้นผมสามถึงหกนิ้ว แทนการจ่อกับเส้นผมโดยตรง สำหรับหวีนั้นควรใช้หวีซี่ห่าง โดยเฉพาะในขณะที่หวีผมเปียก และพยายามลดการแปรงหรือหวีผมให้น้อยที่สุด (อย่าเชื่อว่าการแปรงผม 100 ครั้งในตอนกลางคืนจะทำให้ผมสุขภาพดี) นอกเหนือจากวิธีการป้องกันที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ การใช้แชมพูและครีมบำรุงผมที่เหมาะกับสภาพเส้นผมเพื่อปกป้องและปิดเส้นผมชั้นนอกก็ช่วยให้ความเรียบลื่นกลับคืนมาอย่างเป็นธรรมชาติ ให้ผมของคุณเงางามเป็นประกาย


หัวใจสำคัญ: คอร์เท็กซ์

เมื่อพูดถึงหัวใจหลักที่ต้องรับภาระหนัก ชั้นคอร์เท็กซ์นั้นมีหน้าที่รับผิดชอบแทบทุกเรื่องในการเป็นตัวกำหนดคุณสมบัติของเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรง ความยืดหยุ่น รูปร่าง ความชื้น และสีสัน ถ้าเทียบตามน้ำหนักที่เท่ากัน ชั้นคอร์เท็กซ์จะมีความแข็งแรงมากกว่าเหล็ก และสามารถยืดออกได้เกือบ 30% โดยไม่ฉีกขาด แต่ถึงอย่างนั้น ชั้นคอร์เท็กซ์ก็สามารถเสียหายได้เช่นเดียวกับเส้นผมชั้นนอก (จากวายร้ายตัวเดียวกันนั่นเอง ดังนั้นลดอุณหภูมิเครื่องหนีบผมไฟฟ้าลงหน่อยนะคะสาวๆ) เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว ชั้นคอร์เท็กซ์จะสูญเสียความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นซึ่งทำให้ผมแห้งกร้าน การดูแลให้เส้นผมมีความชุ่มชื้นด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมคือกุญแจสำคัญที่จะมอบและคงไว้ซึ่งสัมผัสนุ่มนวล เงางาม ที่เราทุกคนต่างก็หลงรัก


ปริศนาแห่งเมดัลลา

ยังมีโครงสร้างเส้นผมอีกส่วนหนึ่งที่ไม่มีหน้าที่ที่ชัดเจน และเป็นแกนกลางที่มีความอ่อนตัวซึ่งพบในเส้นผมของคนเราบางคนที่เรียกว่าเมดัลลา โดยจะพบเมดัลลาในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้มีในมนุษย์ทุกคน หากพบว่ามนุษย์มีเมดัลลา ก็มักจะพบมากที่สุดในเส้นผมสีเทา


ทุกเรื่องราวเกี่ยวกับสีสัน

คุณเคยสงสัยไหมว่าอะไรที่ทำให้เราทุกคนมีสีผมไม่เหมือนกัน คำตอบก็คือ เมลานิน ซึ่งเป็นเม็ดสีที่มีอยู่ในผิวหนังของเราด้วย เมลานินจะผลิตจากส่วนลึกลงไปภายในปุ่มรากผม (Follicle) และกระจายไปทั่วเส้นผม แต่เมลานินก็ยังแบ่งออกเป็นประเภทย่อยๆ ได้สองประเภท ซึ่งสามารถอธิบายให้เข้าใจได้มากขึ้นว่าเหตุใดสีผมของคนเราจึงมีความหลากหลาย ประเภทแรกก็คือ Eumelanin ซึ่งทำให้เส้นผมมีสีดำและสีน้ำตาลเข้ม ประเภทที่สองคือ Phaeomelanin ซึ่งจะพบมากเป็นพิเศษในเส้นผมที่มีสีแดง กล่าวได้ว่า การผสมกันของเม็ดสีทั้งสองประเภทในระดับความเข้มข้นที่แตกต่างกันนั่นเองที่สร้างสีสันให้กับเส้นผม ตั้งแต่สีบลอนด์ไปจนถึงสีน้ำตาลอ่อน รวมไปถึงความเข้มของสีทุกระดับที่อยู่ระหว่างนี้


เรื่องของผมหงอก

ลักษณะทางกรรมพันธุ์มีบทบาทสำคัญที่สุดในการกำหนดว่าคุณจะเห็นผมหงอกเส้นแรกเมื่อใด แต่อะไรล่ะที่ทำให้คนเรามีผมหงอก เมื่อเวลาผ่านไป เซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตเมลานิน (เม็ดสี) ที่มีสีสันเป็นเอกลักษณ์จะค่อยๆ ผลิตเมลานินน้อยลงไปเรื่อยๆ พูดง่ายๆ ก็คือ การสร้างเซลล์เม็ดสีใหม่จะค่อยๆ น้อยลงจนหมดไปในที่สุด และ 50% ของผู้ที่มีอายุ 50 ปีจะมีผมหงอก 50% โชคดีที่ปัจจุบันในท้องตลาดมีผลิตภัณฑ์ทำสีผมคุณภาพเยี่ยมอยู่มากมาย คุณจึงไม่ต้องทนอยู่กับผมหงอกเหล่านั้น ยกเว้นคุณตัดสินใจแล้วว่าคุณต้องการมีผมสีนี้